Reading Community

(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ ​12/01/2557)

ในปี 2556  กรุงเทพมหานคร ได้รับมอบตำแหน่งเมืองหนังสือโลกประจำปี 2556 (World Book Capital 2013) เป็นลำดับที่ 13 ต่อจากกรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย และได้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ก็ช่วยทำให้มีความตื่นตัวในการอ่านมากขึ้น รวมทั้งงานมหกรรมสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่มีจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง แต่ก็ยังปรากฎว่า เมื่อนำตัวเลขการอ่านหนังสือของคนไทยมาวางเทียบกับสมาชิกอาเซียนพบว่า “การอ่านของคนไทยอยู่ในระดับวิกฤต ขณะที่คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 2-5 เล่ม แต่สิงคโปร์เฉลี่ยคนละ 50-60 เล่มต่อปี แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือ เวียดนามมีอัตราการอ่านเฉลี่ย 60 เล่มต่อปี ขณะที่ฝั่งไทยยังไม่แตะถึงเลขสองหลักด้วยซ้ำไป”

ในตลาดร้านหนังสือในบ้านเราก็จะอยู่ในมือร้านหนังสือ Chain Store รายใหญ่เพียง 2-3 ราย ทำให้ช่องทางการจัดจำหน่ายของสำนักพิมพ์ขนาดเล็กถูกบีบด้วยค่าใช้จ่ายในการจัดการจากร้านหนังสือ Chain Store รายใหญ่ โอกาสที่หนังสือจากสำนักพิมพ์ขนาดเล็กจะไปวางอยู่บนชั้นวางหนังสือในร้านหนังสือ Chain Store ต่าง ๆ มีน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่หนังสือหลายเล่มเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาที่น่าสนใจ

นอกจากนั้นแล้วร้านหนังสือ Chain Store เหล่านั้นก็จะอยู่กระจุกอยู่เฉพาะในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เท่านั้น ทำให้การเข้าถึงถูกจำกัดอยู่เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วการจัดวางรูปแบบร้านก็จะอยู่ในรูปแบบเดียวกัน และค่อนข้างแน่น ทำให้ร้านหนังสือ Chain Store ค่อนข้างขาดเสน่ห์อยู่พอสมควร ซึ่งแตกต่างกับร้านหนังสืออิสระขนาดเล็ก ที่จะมีเสน่ห์ในส่วนนี้ในการพูดคุยของเจ้าของร้าน กับลูกค้า ในการแนะนำหนังสือกับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง

Bookstore

เมื่อกลางปี 2556 ที่ผ่านมา สำนักพิมพ์ขนาดเล็ก กับ ร้านหนังสืออิสระขนาดเล็ก ร่วมตัวกันจัดตั้งเครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก เพื่อรวมกันจัดงาน “สัปดาห์ร้านหนังสืออิสระแห่งชาติ ครั้งที่ 1” ขึ้นทั่วประเทศหมุนเวียนไปตามร้านหนังสืออิสระทุกภูมิภาค ได้แก่ กาลครั้งหนึ่ง (อุทัยธานี), บูคู (ปัตตานี), ฟิลาเดลเฟีย (อุบลราชธานี), เฟื่องนคร (นครราชสีมา), มะลิ มะลิ (กรุงเทพฯ), ร้านเล่า (เชียงใหม่),ร้านหนังสือเดินทาง (กรุงเทพฯ), ริมขอบฟ้า (กรุงเทพฯ), สวนเงินมีมา (กรุงเทพฯ),สุนทรภู่ (ระยอง), หนัง (สือ) 2521 (ภูเก็ต), เอกาลิเต้ (ลำปาง), Bookmoby (กรุงเทพฯ), Book Re:public (เชียงใหม่) และ Booktopia (อุทัยธานี) ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

ทางเครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก ได้เล็งเห็นความสำคัญของร้านหนังสืออิสระประจำชุมชน จึงวางแผนผลักดันให้มีร้านหนังสืออิสระเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 20-25 ร้าน และวางแผนจะให้มีจำนวน 100 ร้านภายในปี พ.ศ. 2560 โดยได้รับความสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้จัดอบรม “ผู้ประกอบการร้านหนังสืออิสระรายใหม่ ครั้งที่ 1”

ทางร้าน House of Commons – Café & Space ของผู้เขียน กับเพื่อน ๆ ได้เข้าร่วมกับเครือข่ายธุรกิจหนังสืออิสระขนาดเล็ก ในโครงการนี้ด้วย และหวังว่าจะเป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในสังคมไทยที่จะสร้างให้เกิด Reading Community เล็ก ๆ ในย่านฝั่งธนบุรี ที่จะช่วยกระตุ้นภาพรวมในการอ่านหนังสือของคนไทยให้ทัดเทียมกับชาติอื่น ๆ

“นายเรียนรู้”

บุญเลิศ คณาธนสาร

boonlert.alert@gmail.com

Posted in Education and tagged , , , , , .

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *