เมื่อชีวิตไม่ได้มีแค่ "เกียร์เดินหน้า" หรือ "เกียร์ถอยหลัง"

เมื่อชีวิตไม่ได้มีแค่ “เกียร์เดินหน้า” หรือ “เกียร์ถอยหลัง”

3887821803_802742a6d1

วันนี้ (02/11/58) ผมได้มีโอกาสอันดี ที่ได้เป็น “Coachee” ของอาจารย์ไชยยศ ปั้นสกุลไชย วิทยากรชื่อดังของประเทศไทย โดยเราไปนั่งโค้ชกันในบรรยากาศอันแสนสงบ ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่งด้านหน้าสยามสมาคม

ช่วงเกริ่นนำทำความรู้จักระหว่าง “Coach” กับ “Coachee” นั้นเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เพราะผมกับอาจารย์คุ้นเคยเป็นอย่างดี เพียงแต่อาจารย์บอกว่าให้ทำตัวสบาย ๆ

เริ่มต้นอาจารย์ถามถึงประเด็น (Topic) ที่ต้องการได้รับการโค้ชในวันนี้

“อาจารย์ครับ ผมอยากหารือว่า ผมกำลังลังเลใจว่า จะถอยหลังกลับไปตั้งหลักทำงานประจำดี หรือ จะเดินหน้าต่อในอาชีพวิทยากรดี ?” – ผมเริ่มเปิดประเด็น

“แล้วที่คุณบุญเลิศ คาดหวังไว้หลังจากจบการโค้ชในบ่ายนี้ คือ อะไร ?” – อาจารย์ไชยยศ ตั้งคำถามกลับ

“ก็คาดหวังว่าจะได้รับคำชี้แนะครับ ว่าจะวาง Career Path อย่างไรดี กลัวว่าถ้าตัดสินใจพลาดไปแล้วจะหลุดจาก Track ในเส้นทางวิทยากรไปเลย” – ผมให้คำตอบกลับไป

จากนั้นอาจารย์ก็ถามเกริ่นนำให้เล่าเรื่องที่รู้สึกดีในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา

ผมก็เล่าถึงช่วงชีวิตในการทำงานโครงการ Constructionism ให้กับ SCG Paper ซึ่งในช่วงนั้นได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากคุณพารณฯ และได้มีโอกาสริเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งก็ได้รับการยอมรับ และไฟเขียวจากผู้บริหารให้ทำอย่างเต็มที่ นอกจากนั้นแล้วผู้เรียนในโครงการ Constructionism ก็สามารถนำความรู้ไปใช้จนก้าวหน้าในตำแหน่งงานหลายคน

ความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น คือ การได้รับการยอมรับจากผู้บริหารต่อความสำเร็จในโครงการที่ทำ

คุยไปคุยมาในช่วงแรก พอจะสรุปได้ว่า สิ่งที่ผมต้องการในการตัดสินใจเรื่องอาชีพนั้น คือ

  1. การได้รับการยอมรับจากคนอื่น
  2. การมีรายได้ที่พอเพียงในการหล่อเลี้ยงชีวิต และหล่อเลี้ยงความฝันของตนเอง โดยที่ไม่ทำให้คนที่รัก (คุณแม่) ต้องคอยเป็นห่วง

จากนั้นอาจารย์ไชยยศ ก็ได้ชวนคุยตั้งคำถามถามต่ออีกหลายคำถาม แต่ที่มาสะกิดโดนใจที่สุด เรียกว่า โดนตีหัวเข้าอย่างจัง ก็คือ

  1. นอกจากการเป็นวิทยากร กับการถอยไปตั้งหลักกลับไปทำงานประจำแล้ว คุณบุญเลิศมีทางเลือกอื่นอีกไหม ?
  2. คุณบุญเลิศอยากให้คนอื่นยอมรับในบทบาทวิทยากร อยากให้คนอื่นยอมรับนั้น ยอมรับในด้านใด ?

เรียกเอาว่าสองคำถามนี้ทำเอาผมถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว

และจากคำถามสองคำถามนี่เอง อาจารย์ก็ตั้งคำถามโค้ชต่อเพื่อให้ผมมองเห็นศักยภาพของตนเองในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บทบาทของ “คุณครูพี่บุญเลิศ” ในการสอนคณิตศาสตร์ หรือ บทบาทของ “นายเรียนรู้” ในการเป็นนักเขียน ซึ่งก็จะช่วยตอบโจทย์ในเรื่องการยอมรับ และการมีรายได้ที่พอเพียงเช่นกัน

มาถึงตรงนี้อาจารย์ไชยยศ ก็ช่วยคลี่คลายประเด็น (Topic) ที่ผมตั้งคำถามไว้ตอนต้น ว่าแท้ที่จริงแล้ว

“ชีวิตไม่ได้มีแค่ เกียร์เดินหน้า หรือ เกียร์ถอยหลัง”

ในความรู้สึกที่ได้รับการโค้ชในวันนี้ เริ่มตั้งแต่ มีความท้อแท้ใจ ที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในอาชีพวิทยากรในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และรู้สึกเสียใจที่ทำให้คุณแม่ต้องเป็นกังวลกับเรา แต่พอได้รับการพูดคุยที่ให้กำลังใจ และเห็นอกเห็นใจจากอาจารย์ไชยยศ ก็เริ่มมีกำลังใจมากขึ้น โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่อาจารย์ไชยยศ พูดว่า

“เราไม่รู้หรอกว่าเราจะประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ แต่เราควรรู้ว่า ณ เวลานี้ เราควรทำเรื่องอะไร แล้วก็ลงมือทำ”

“นายเรียนรู้”

บุญเลิศ คณาธนสาร

boonlert.alert@gmail.com

Posted in Coaching.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *