ผู้มีส่วนได้เสีย สำคัญไฉน ? ในการทำ CSR

ในการทำ CSR สิ่งสำคัญเริ่มเลย คือ การยอมรับต่อความรับผิดชอบต่อสังคม (Recognizing social responsibility) ซึ่งผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ควรมีความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมและการตัดสินใจขององค์กร ด้วยความโปร่งใส มีจริยธรรม และให้สำคัญกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้มีส่วนได้เสีย และสังคม ไม่ว่าจะเป็น ระดับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับผู้มีส่วนได้เสีย ระดับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับสังคม ระดับความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีส่วนได้เสียกับสังคม เนื่องด้วยการตัดสินใจ และการดำเนินงานขององค์กร ย่อมส่งผลกระทบ (Impacts) ซึ่งประกอบไปด้วยผลประโยชน์ (Interests) และนำไปสู่ความคาดหวัง (Expectations) ที่มีของผู้มีส่วนได้เสีย และสังคม ดังนั้นการชี้บ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder identification) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และควรพิจารณาให้ครบถ้วนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) และห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) เพราะมีทั้งผู้มีส่วนได้เสียที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับองค์กร และผู้มีส่วนได้เสียที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกันกับองค์กร เพื่อที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจะได้ดำเนินงานกับผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder engagement) โดยจะต้องคำนึงถึงบทบาทในเรื่องขอบเขตอิทธิพลขององค์กร (The organization’s sphere of influence) และความสามารถที่แท้จริงขององค์กร ที่จะสามารถตอบสนองต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งในบางครั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรม อาจไม่สามารถที่จะตอบสนองผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม รวมไปถึงการดำเนินการตอบสนองต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบแต่ละกลุ่ม ก็จะมีความแตกต่างกันไป […]

"ต่อยอดศูนย์เรียนรู้ ไม่ให้สูญสลาย กลายเป็นศูนย์"

เมื่อวานนี้ (01/12/2558) ได้มีโอกาสอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ในหน้า 7 คอลัมน์ “หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน” ที่ได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ “ศูนย์เรียนรู้วิถีพอเพียงเครือเบทาโกร” นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรชั้นนำของประเทศ ได้นำแนวคิด “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวง มาปฏิบัติให้เกิดผล ได้ประโยชน์ทั้งในเรื่องการลดค่าใช้จ่ายของรีสอร์ทเอง และเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อเผยแพร่แนวคิดเกษตรพอเพียง ให้กับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจเข้ามาศึกษาหาความรู้ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าเมื่อองค์กรชั้นนำของประเทศจัดทำ “ศูนย์เรียนรู้” ขึ้นมาก็คงต้องทำให้เสมือนโชว์รูม มีการทุ่มเทงบประมาณ และจัดสรรบุคลากร เพื่อจัดการให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของรีสอร์ท และองค์กรเอง แต่ในอีกด้านหนึ่งคงเป็นคำถามสำหรับใครหลาย ๆ คนที่ได้มีโอกาสไปดูงานที่ “ศูนย์เรียนรู้” ต่าง ๆ ที่มีกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ ทั้งที่บริหารงานโดยภาครัฐ หรือที่บริหารงานโดยภาคเอกชน อย่างเช่น เครือเบทาโกร ว่าแท้ที่จริงแล้วจะเกษตรกรจะสามารถนำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีพจริงที่ต้องหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว และส่งลูกหลานเล่าเรียนได้มากน้อยเพียงใด ? เพราะคิดว่าติดขัดเงื่อนไขงบประมาณ และทรัพยากรที่ไม่สามารถมีเหมือนองค์กรภาครัฐ หรือองค์กรภาคเอกชน ดังนั้นหากเปรียบไปการจัดทำ “ศูนย์เรียนรู้” ก็เสมือนการเพาะเลี้ยงต้นกล้า เมื่อต้นกล้าเจริญงอกงามดีแล้ว จะนำไปลงแปลงเพาะปลูกจริงอย่างไรให้เกิดผลเจริญงอกงาม เพราะฉะนั้นเพื่อให้สามารถ “ต่อยอดศูนย์เรียนรู้ ไม่ให้สูญสลาย กลายเป็นศูนย์” นั้นจะต้องมีแปลงสาธิต […]

Butterfly Effect

“Butterfly Effect” “ทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีก (Butterfly effect)” อันลือลั่นนั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาวงจรชีวิตของเจ้าผีเสื้อตัวน้อยแต่อย่างใด แต่เกิดจากการทดลองทางด้านการพยากรณ์อากาศ ในปี ค.ศ. 1961 ของเอ็ดเวิร์ด ลอเรนซ์ (Edward Lorenz) ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์สร้างแบบจำลองสภาพอากาศ ซึ่งในการคำนวณครั้งถัดมาเขาไม่ต้องการเริ่มแบบจำลองจากจุดเริ่มต้นใหม่เพื่อประหยัดเวลาในการคำนวณ เขาจึงใช้ข้อมูลในการคำนวณก่อนหน้านี้เพื่อเป็นค่าเริ่มต้น เขาพบว่าสาเหตุเกิดจากการปัดเศษ จากการคำนวณค่าที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีค่าน้อยมากแม้แค่เพียง .0000001 ที่คลาดเคลื่อนไปนั้นก็สามารถนำไปสู่ความแตกต่างอย่างมากมาย เรียกว่าไวต่อสภาวะเริ่มต้น ซึ่งก่อให้เกิดกราฟรูปผีเสื้อ ในปี พ.ศ.2515 เขาได้นำผลการทดลองที่เกิดขึ้นไปบรรยายในสมาคม Advancement of Science ของอเมริกา ที่ Washington, D.C โดย โดยใช้หัวข้อว่า การกระพือปีกของผีเสื้อในประเทศบราซิลก่อให้เกิดพายุทอนาโดในรัฐเท็กซัสได้หรือไม่ นับตั้งแต่นั้นมาคำว่า Butterfly Effect ก็เริ่มมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในวงกว้างขวาง ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างการหมุนเวียนของกระแสอากาศกับกระแสน้ำในมหาสมุทร เมื่อเกิดเอลนีโญ ปริมาณฝนของไทยมักมีค่าต่ำกว่าปกติ เนื่องจากพายุเปลี่ยนทิศทาง จากเดิมที่ก่อตัวจากมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกของหมู่เกาะฟิลิปปินส์ และเคลื่อนเข้าไทย 3-4 ลูกต่อปี […]

สัมภาษณ์งานอย่างนี้ก็มีด้วย

สัมภาษณ์งานอย่างนี้ก็มีด้วย วันนี้ (03/11/58) ผมได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทยักษ์ใหญ่ค่ายมือถือแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 ก็ไปถึงก่อนเวลานัดหมายประมาณ 20 นาที ทาง HR ก็ให้ทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ ก็จะเป็นคำถามถามวนไปวนมาทั้งหมด 24 ข้อ โดยให้เวลาทำภายใน 5 นาที หลังจากทำแบบทดสอบแล้ว ก็มานั่งรอคิวสัมภาษณ์ รออยู่สักพักเพราะมีคนสัมภาษณ์ก่อนหน้าเรา กว่าจะเริ่มสัมภาษณ์ก็เวลา 14:30 น. ผมใช้เวลาในการสัมภาษณ์อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เล่าประสบการณ์ในการทำงานทั้งที่ SCG Paper และ Betagro ให้ผู้สัมภาษณ์ฟัง มีบางช่วงเขาให้อธิบายเป็นภาษาอังกฤษด้วย พอเริ่มรู้จักกันคร่าว ๆ ทางผู้สัมภาษณ์ก็เล่า Scope งานที่ต้องการหาคนมาทำ และคนที่อยากหามาร่วมงานอยากได้คนที่เน้นปฏิบัติมากกว่าคิดเพียงอย่างเดียว จากนั้นผู้สัมภาษณ์ก็โยนโจทย์ตูมใหญ่มาให้ คือ ให้ไป Survey ศูนย์บริการของค่ายมือถือทั้ง 3 รายในห้างเซ็นทรัลพระราม 9 และอยากให้สรุปเป็นประเด็นที่ควรปรับปรุงของศูนย์บริการของค่ายมือถือแห่งนี้ด้วย (ให้เวลา 2 ชั่วโมง) ? พอได้รับโจทย์อย่างนี้ ผมก็เริ่มประมวลผลในหัวทันที ว่าจะลงไปเก็บข้อมูลการใช้บริการด้านใดบ้าง ขอบข่ายที่ผมลงไป Survey […]

เมื่อชีวิตไม่ได้มีแค่ "เกียร์เดินหน้า" หรือ "เกียร์ถอยหลัง"

เมื่อชีวิตไม่ได้มีแค่ “เกียร์เดินหน้า” หรือ “เกียร์ถอยหลัง” วันนี้ (02/11/58) ผมได้มีโอกาสอันดี ที่ได้เป็น “Coachee” ของอาจารย์ไชยยศ ปั้นสกุลไชย วิทยากรชื่อดังของประเทศไทย โดยเราไปนั่งโค้ชกันในบรรยากาศอันแสนสงบ ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่งด้านหน้าสยามสมาคม ช่วงเกริ่นนำทำความรู้จักระหว่าง “Coach” กับ “Coachee” นั้นเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เพราะผมกับอาจารย์คุ้นเคยเป็นอย่างดี เพียงแต่อาจารย์บอกว่าให้ทำตัวสบาย ๆ เริ่มต้นอาจารย์ถามถึงประเด็น (Topic) ที่ต้องการได้รับการโค้ชในวันนี้ “อาจารย์ครับ ผมอยากหารือว่า ผมกำลังลังเลใจว่า จะถอยหลังกลับไปตั้งหลักทำงานประจำดี หรือ จะเดินหน้าต่อในอาชีพวิทยากรดี ?” – ผมเริ่มเปิดประเด็น “แล้วที่คุณบุญเลิศ คาดหวังไว้หลังจากจบการโค้ชในบ่ายนี้ คือ อะไร ?” – อาจารย์ไชยยศ ตั้งคำถามกลับ “ก็คาดหวังว่าจะได้รับคำชี้แนะครับ ว่าจะวาง Career Path อย่างไรดี กลัวว่าถ้าตัดสินใจพลาดไปแล้วจะหลุดจาก Track ในเส้นทางวิทยากรไปเลย” – ผมให้คำตอบกลับไป […]

ห้องแต่งผมไมเต้

“ห้องแต่งผมไมเต้” โลกของหนังสือ คือ โลกแห่งจินตนาการ โลกที่จำลองสะท้อนให้เห็นความเป็นจริงในสังคม วรรณกรรมเยาวชนเป็นหนังสือประเภทหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของคนหลาย ๆ คน ให้หลงใหลในการอ่านหนังสือ “ห้องแต่งผมไมเต้” ผลงานของ มารี-โอ๊ด มูรัย ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย โดย เย็นตา จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา เป็นวรรณกรรมเยาวชนเรื่องหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้หยิบมาอ่านแล้ววางไม่ลง ต้องอ่านรวดเดียวจนจบ เรื่องราวที่ชวนติดตามของเด็กหนุ่มชั้น ม.3 “หลุยส์ เฟรีแยรส์” ที่ต้องไปฝึกงานเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เหมือนกับนักเรียนคนอื่น ๆ ซึ่งตัวเขาเองเลือกที่จะไปฝึกงานที่ “ห้องแต่งผมไมเต้” ตามคำแนะนำของคุณยาย ซึ่งที่นี่เองที่ทำให้หลุยส์ ได้ค้นพบความชอบ พรสวรรค์ของตัวเองในการเป็นช่างทำผม ช่างเป็นช่วงเวลาการฝึกงานที่มีความสุข แม้ว่างานจะแสนเหน็ดเหนื่อย แต่เขาก็ขยันขันแข็ง กระตือรือร้น และตรงต่อเวลา ตลอดระยะเวลาในช่วงการฝึกงาน จนทำให้เขาอยากทำงานที่ “ห้องแต่งผมไมเต้” ต่อไปเรื่อย ๆ และไม่อยากที่จะกลับไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนอีกแล้ว เพราะตัวเขาเองเรียนไม่เก่งสักวิชา ทางด้านเมอสิเยอร์เฟรีแยรส์ พ่อของหลุยส์ ที่มีอาชีพเป็นศัลยแพทย์นั้น มีทัศนคติเชิงลบต่ออาชีพช่างทำผม ถึงกับเคยปรามาสไว้ว่าอาชีพทำผมน่ะรึ มันเป็นอาชีพสำหรับคนที่ล้มเหลว คนที่ไม่รู้หนังสือ พ่อของหลุยส์ก็เหมือนพ่อคนอื่น ๆ ทั่ว […]

Constructionism

ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับเชิญจาก สถาบันการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ให้ไปแบ่งปันประสบการณ์การเป็นกระบวนกร (Facilitator) ให้กับชุมชนกระบวนกร ในงาน CoP#16 ที่มีอาจารย์เอกรัตน์ รวยรวย เป็นผู้ประสานงานในการกิจกรรมเรียนรู้ครั้งนี้ให้เกิดขึ้น ผู้เขียนได้เล่าประสบการณ์การเป็นกระบวนกร (Facilitator) ตั้งแต่สมัยที่มีโอกาสมาทำงานที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย เพื่อเรียนรู้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบ Constructionism เพื่อนำไปปรับใช้ในโครงการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของพนักงาน ธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ เครือซิเมนต์ไทย หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า โครงการ C-Pulp “Constructionism” คือ ทฤษฎีการเรียนรู้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นโดย Professor Seymour Papert แห่ง M.I.T. (Massachusette Institute of Technology) ที่เน้นผู้เรียนรู้เป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ไม่ใช่มาจากการสอนของผู้สอนเพียงอย่างเดียว การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีก็ต่อเมื่อผู้เรียนรู้ได้ลงมือกระทำด้วยตนเอง (Learning by doing) เมื่อเข้าใจถึงแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้แบบ Constructionism ก็จะทำให้เห็นบทบาทที่แตกต่างออกไปจากระบบการเรียนรู้แบบเดิมที่เน้นการสอนเป็นหลัก (Teaching) ที่มีความสัมพันธ์ในเชิง ผู้สอน (Teacher) กับ นักเรียน (Student) เปลี่ยนความสัมพันธ์ไปเป็น กระบวนกร […]

How Learning Works

ในวันนี้จะขอแนะนำหนังสือน่าอ่านสำหรับคนที่สนใจเรื่องการศึกษา หนังสือนี้ชื่อว่า “How Learning Works: 7 Research-Based Principles for Smart Teaching” ซึ่งมีการแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21: 7 หลักการสร้างนักเรียนรู้แห่งอนาคตใหม่” ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ คือ การตั้งคำถามกับปัญหาในเรื่องที่ส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยการทำวิจัยนับพันชิ้น เพื่อให้เข้าใจปัญหา เข้าใจที่มาที่ไป และได้สรุปออกมาเป็นหลักการ 7 ข้อ ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้สอน ในการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิผล หลักการจัดการเรียนรู้ 7 ข้อ ใส่ใจกับความรู้เดิมของผู้เรียน ความรู้เดิมของผู้เรียนอาจจะเป็นตัวช่วย หรือเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการเรียนรู้ ในประเด็นนี้ผู้สอนต้องมองให้ออกว่าความรู้เดิมของผู้เรียนมีช่องโหว่ และข้อบกพร่องตรงใด และต้องทำการแก้ไขเติมเต็ม ก่อนที่จะเสริมความรู้ใหม่เข้าไป สานต่อระเบียบความรู้ ผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ ย่อมมีการจัดระเบียบความรู้ได้อย่างลึกซึ้ง โยงใย แน่นหนา และคาดหวังว่าผู้เรียนจะมีความสามารถในการจัดระเบียบความรู้ได้อย่างตน ซึ่งผู้สอนจะต้องอธิบายความสัมพันธ์เชื่อมโยงให้ผู้เรียนได้เข้าใจเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสานต่อระเบียบความรู้ได้ด้วยตนเอง กระตุ้นจูงใจให้เกิดความอยากเรียนรู้ พฤติกรรมของผู้เรียนนั้นเกิดจากในเรื่องคุณค่า และความคาดหมาย ซึ่งผู้สอนจะต้องเข้าใจว่าคุณค่า และความคาดหมายของผู้เรียนนั้นเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้กระตุ้นจูงใจผู้เรียนให้เกิดความอยากเรียนรู้โดยเลือกยุทธศาสตร์ให้สอดคล้อง เช่น เชื่อมโยงเนื้อหาเข้ากับความสนใจของผู้เรียน […]

Five Force Analysis

Five Force Analysis Michael E. Porter กูรูทางด้านกลยุทธ์การแข่งขัน ผู้เขียนหนังสือชื่อดัง “Competitive Advantage” ได้นำเสนอ Model ในการวิเคราะห์สภาพการแข่งขัน ว่าประกอบไปด้วย 5 ปัจจัยที่เป็นแรงกดดันต่อการแข่งขัน คือ 1. แรงกดดันจากการแข่งขันกับคู่แข่งขันในปัจจุบัน 2. แรงกดดันจากอำนาจต่อรองของลูกค้า (Customer) 3. แรงกดดันจากอำนาจต่อรองของผู้จำหน่าย (Supplier) 4. แรงกดดันจากการคุกคามของคู่แข่งขันรายใหม่ 5. แรงกดดันจากการคุกคามของสินค้าทดแทน ในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning)  องค์กรจำเป็นต้องวิเคราะห์สภาพการแข่งขัน เพื่อที่จะสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน “นายเรียนรู้” บุญเลิศ คณาธนสาร https://nairienroo.wordpress.com/about/ boo

Time Management Matrix

Time Management Matrix (The Eisenhower Matrix) ทรัพยากรอย่างหนึ่งที่ทุกคนมีเท่าเทียมกัน คือ เวลา ในแต่ละวันทุกคนจะมีเวลาเท่ากัน คือ 86,400 วินาที เราจะบริหารเวลาที่มีอยู่ทุกวินาที ให้มีประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร Dwight D. Eisenhower อดีตประธานาธิบดีผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นวิธีการที่จะจัดการสะสางงานที่มีเข้ามาอย่างเป็นระบบ ด้วยการแบ่งประเภทของงานตาม ความเร่งด่วนของงาน(เร่งด่วน-ไม่เร่งด่วน) และความสำคัญของงาน (สำคัญ-ไม่สำคัญ) ก็จะสามารถจัดกลุ่มประเภทของงาน ออกเป็น 4 ประเภท 1. งานสำคัญ และเร่งด่วน => ต้องรีบดำเนินการทันที 2. งานสำคัญ แต่ไม่เร่งด่วน => ต้องวางแผนให้ดี และตัดสินใจว่าจะทำเมื่อใด 3. งานไม่สำคัญ แต่เร่งด่วน => ต้องรู้จักการบริหารงาน ด้วยการมอบหมายงานให้ลูกน้องฝีมือดีช่วยทำแทน หมายเหตุ : งานประเภทนี้ ผู้จัดการ หัวหน้างานมือใหม่ ต้องเรียนรู้ให้มาก หลายคนไม่ฝึกฝนลูกน้องให้ทำงานแทนตนเอง หลายคนขาดความไว้วางใจในการทำงานของลูกน้อง ทำให้ต้องไปเสียเวลากับงานประเภทนี้มาก 4. […]