สิ่งสำคัญมิอาจเห็นได้ด้วยดวงตา แต่ต้องใช้หัวใจ

บทสรุปสำหรับ 3 วัน ในการเรียนหลักสูตร “Leadership for Transcendence” ที่ขยี้ลงไปในประเด็น Intuition เป็นหลักตลอดนั้น สำหรับผมแล้วนั้นยอมรับเลยว่าระดับการเข้าถึง Intuition ยังน้อยอยู่มาก ถามว่าเชื่อไหมในเรื่อง Intuition ? ตอบได้เลยว่าเชื่อ เพราะเคยเจอในเรื่องเหล่านี้ที่น่ามหัศจรรย์มาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาไปวิปัสสนากับพระสายวัดป่าต่าง ๆ และก็มีปรากฎเตือนเป็นสัญญาณเพื่อบอกให้เราทำอะไรบางอย่างในช่วงชีวิตที่ผ่านมา เช่น การตัดสินใจลาออกจาก SCG ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นก็ยังไม่มีงานรองรับ หากคิดตาม Logic คงไร้เหตุผลสิ้นดี ทำให้ผมหวนนึกถึงวรรณกรรมคลาสสิคเล่มหนึ่ง คือ “เจ้าชายน้อย” มีประโยคหนึ่งที่สะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ในเรื่อง Intuition ตลอดทั้ง 3 วัน คือ “It is only with the heart that one can see rightly; what is essential is […]

ปล่อยให้กระบวนการเรียนรู้มันไหล (Flow) ไป

วันนี้เป็นวันที่สองในการเรียนรู้ในหลักสูตร “Leadership for Transcendence” หัวข้อในการเรียนรู้ในวันนี้ยังคงอยู่ในเรื่อง “Intuition” เช่นเดิม เริ่มต้นในวันนี้ กระบวนกรให้ Check-in ว่า “วันนี้เราจะอนุญาตให้ตัวเราเองทำอะไรได้บ้าง ?” ซึ่งเป็นคำถามที่ดีเลยทีเดียว ที่มาปลดล็อคอะไรบางอย่าง เพื่อให้เราพร้อมเรียนรู้กับมัน เมื่อวานผมเป็นนักเรียนที่ตั้งคำถามในหัวตลอดเวลาว่าสิ่งที่กระบวนกรพูด ชี้แนะ หรือนำกระบวนการมันใช่ไหม ? เรียกว่ามีคำถามอยู่ในหัวตลอดเวลา แต่พอเจอคำถามตอน Check-in ผมก็เลยคิดว่าวันนี้ผมจะอนุญาตให้ตัวเองเรียนรู้ไปกับมันอย่างไหลลื่น (Flow) ไปกับกระบวนการที่กระบวนกรจะนำพาเราไป ระหว่างทางในการเรียนรู้ในวันนี้ ผมก็ปล่อยตัวเองไหลไปกับกระบวนการเรียนรู้ แต่ก็ยังมีเผลอตั้งคำถามเป็นระยะ ๆ จนช่วงสุดท้ายในกระบวนการของวัน ก็ได้ค่อย ๆ ตกผลึกในกระบวนการเรียนรู้ของเราบางอย่างว่า “ขณะที่เราพยายามปล่อยให้มันไหล (Flow) ไปอย่างอิสระ แต่ในอีกด้านหนึ่งเราก็พยายามจำกัดขอบเขต (Boundary) ของการไหลนั้น ให้อยู่ในมิติที่เราจับต้องได้ หรือพยายามให้มันมาอยู่ใน Framework กรอบความคิด ความเชื่อเดิม ๆ ของเรา เราไม่ได้ปล่อยให้มันไหลไปอย่างอิสระจริง ๆ แต่หากเราทลายกรอบความคิดเดิมออกก่อน หรือปรับกรอบความคิดให้ยืดหยุ่นมีรูปทรงได้อิสระ เราก็จะมีช่องว่างในการรับรู้ เรียนรู้ ผ่านการไหลของกระบวนการมากขึ้น”   […]

Play and Learn จะเพลินขนาดไหน

“เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น” คงเป็นคำกล่าวที่แยกแยะการเล่น กับการเรียนออกจากกันโดยเด็ดขาดจนเกินไป ทำอย่างไรให้ “เรียนเป็นเล่น เล่นเป็นเรียน” เกิดขึ้นได้ ? ผม อาจารย์หญิง และอาจารย์อัลม่อน จะชวนคุณเข้าไปค้นหาความเป็นเด็กในตัวคุณอีกครั้ง แล้วคุณจะพบกับความมหัศจรรย์ในการเรียนรู้ผ่านการใช้เกมเป็นสื่อการสอน ไม่ว่าจะเป็น Board Game ที่ชื่อว่า “Hey! That’s My Fish” Lego ในรูปแบบ Brick Challenging Games Domino Business Game Board Game ที่ชื่อว่า “Hey! That’s My Fish” เป็นเกมหลักเกมหนึ่งที่ผมนำไปใช้สอนในเรื่องการคิดเชิงกลยุทธ์ ได้เป็นอย่างดี เชื่อมโยงไปถึงแนวคิด “ทฤษฎีเกม (Game Theory)” อันโด่งดัง ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ชื่อว่า “John Nash” ที่ได้รับรางวัลโนเบลจากเรื่องนี้ ซึ่งได้อธิบายในเรื่องการตัดสินใจของคน ๆ หนึ่ง ย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนที่อยู่ในเกมด้วย สนใจมา Play and […]

รากที่สอง คือ ?

รากที่สอง พอเอ่ยถึงคำ ๆ นี้ คงเป็นที่ขยาดของใครต่อใครหลาย ๆ คน แต่แท้ที่จริงรากที่สอง ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากเลย หากเราเข้าใจที่มาของมัน “รากที่สอง” มาจากคำว่า “Square root” ในภาษาอังกฤษ “Square” หมายถึง สี่เหลี่ยมจัตุรัส “Root” หมายถึง ราก ต้นตอ ดังนั้นจึงน่าจะเกี่ยวข้องกับ ต้นตอของสี่เหลี่ยมจัตุรัส ง่าย ๆ ให้คุณลองวาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 1×1 2×2 3×3 4×4 5×5 6×6 7×7 8×8 9×9 … แล้วลองสังเกตหาความสัมพันธ์ระหว่าง พื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัส กับ ความยาวของด้านสี่เหลี่ยมจัตุรัส ดูครับ แล้วคุณจะพบความหมายที่แท้จริงของคำว่า “รากที่สอง”   “นายเรียนรู้” อาจารย์บุญเลิศ คณาธนสาร วิทยากร และที่ปรึกษา A@LERT Learning and Consultant […]

คิดกันต่อกับโครงการ "โรงเรียนนักคิด"

ว่ากันต่อด้วยไอเดียการทำโครงการ “โรงเรียนนักคิด” วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่สนใจในโครงการนี้ ซึ่งสนใจอยากให้ไปจัดอบรมให้กับอาจารย์อาชีวะที่อยู่ในกลุ่มเครือข่ายทั่วประเทศกว่า 400 วิทยาลัย เป็นโจทย์ที่ต้องขบคิดกันต่อไปว่าจะไปสร้างความร่วมมืออย่างไรในระดับ Cluster ระหว่างภาครัฐ กับภาคเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการในท้องถิ่นนั้น ที่จะมาร่วมขับเคลื่อนโครงการ “โรงเรียนนักคิด” ให้เกิดขึ้น   “นายเรียนรู้” อาจารย์บุญเลิศ คณาธนสาร วิทยากร และที่ปรึกษา A@LERT Learning and Consultant มือถือ 086 – 7771833 E-mail : boonlert.alert@gmail.com Facebook : Boonlert Kanathanasarn Line ID : @lert www.nairienroo.com

โครงการ "โรงเรียนนักคิด"

ทักษะหนึ่งที่สำคัญในการเรียนรู้ และการทำงานในศตวรรษที่ 21 นั่นก็คือ “ทักษะการคิด” แต่น้อยมากที่จะมีการฝึกฝน “ทักษะการคิด” ให้กับนักเรียน ผู้เขียนเองมีประสบการณ์ในเรื่องการสอน “ทักษะการคิด” ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทักษะการคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking Skill) ทักษะการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking Skill) ทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking Skill) ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งในการแก้ปัญหา และตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ผู้เขียนเลยคิดร่างโครงการคร่าว ๆ ขึ้นมา ในการทำโครงการพัฒนาทักษะการคิด ให้กับคุณครู และนักเรียนในที่ต่าง ๆ ภายใต้ชื่อโครงการ “โรงเรียนนักคิด” องค์กรใดที่ต้องการทำ CSR กับโรงเรียนในท้องถิ่น หรือโรงเรียนใดที่ต้องการพัฒนาครู และนักเรียน สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ boonlert.alert@gmail.com หรือ 086-7771833 (อาจารย์บุญเลิศ)     “นายเรียนรู้” อาจารย์บุญเลิศ คณาธนสาร วิทยากร และที่ปรึกษา A@LERT […]

คำถามสำคัญกว่าคำตอบ

คำถามสำคัญกว่าคำตอบ แท้จริงแล้วในโลกการศึกษาของมนุษย์เราในปัจจุบันตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับปริญญานั้น เราถูกสอนให้หาแต่คำตอบ เราถูกสอนให้ว่าต้องเรียนรู้อะไร เราถูกสอนให้เรียนรู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่น้อยมากที่จะมีใครจะชี้แนะเราว่า “ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนั้น” เด็กโดยธรรมชาติแล้ว เกิดมาพร้อมกับความกระหายใคร่รู้อยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นสัญชาตญาณติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เมื่อพบเห็นอะไรใหม่ ๆ ก็จะตั้งคำถามว่าทำไม ทำไม จนเรียกได้ว่าเป็น “เจ้าหนูจำไม” ประจำบ้านกันเลยทีเดียว แต่เพราะผู้ใหญ่นี่แหละครับ ที่ทำให้สัญชาตญาณที่มีอยู่ล้นเปี่ยมของเด็กน้อยนั้นค่อย ๆ เลือนหายไป ด้วยการปฏิเสธคำถามที่เด็กถามอย่างไม่มีเยื่อใย ด้วยความรำคาญ หรือด้วยความที่ว่าตัวเราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ด้วยคำตอบที่ว่า “ก็เขาบอกกันมากันอย่างนี้แหละ จำ ๆ มันไปเถอะ” “เขาเชื่อกันมาอย่างนี้มาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้ว” “ว่างนักหรือไง ถามอะไรไร้สาระ” ด้วยคำตอบลักษณะนี้นี่เองที่ทำให้ “เจ้าหนูจำไม” ค่อย ๆ แปลงร่างเป็น “เจ้าหนูจำไป” สิ่งหนึ่งที่เราจะสามารถช่วยให้เด็ก ๆ เติบโตไปพร้อม ๆ กับความกระหายใคร่รู้นั้น ก็คือ การที่เราต้องยอมรับความจริงที่ว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เรารู้ไปหมดทุกเรื่อง ยังมีอีกมากมายที่เราเองก็ยังไม่รู้ ประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตของผู้เขียนเอง เกิดขึ้นตอนที่ไปทำหน้าที่เป็น Facilitator ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย มีอยู่วันหนึ่งเด็กน้อยที่ชื่อ “น้องฤทธิ์” ก็วิ่งเข้ามาหาผม แล้วก็ถามว่า […]

คณิตศาสตร์ข้างถนน

คณิตศาสตร์ข้างถนน ผู้เขียนชื่นชอบการกินเต้าฮวยมาก ๆ ส่วนภรรยาก็ชื่นชอบการกินน้ำเต้าหู้อย่างมากเช่นกัน และแถวบ้านก็มีร้านขายเต้าฮวย-น้ำเต้าหู้อยู่เจ้าหนึ่ง อยู่ในซอยเพชรเกษม 54 เข้าซอยไปประมาณ 30 เมตร อยู่ด้านซ้ายมือ ขอบอกว่าอร่อย…อร่อย…มาก ๆ เนื้อเต้าฮวยเนียนมาก ๆ และน้ำขิงก็เผ็ดได้ใจกำลังดี ซดเข้าปากแล้วสดชื่นทันตา ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ผู้เขียนกับภรรยาเวลาซื้อก็มักจะซื้อไปฝากเพื่อนบ้านด้วย ก็ซื้อกันประมาณอย่างละ 3-4 ถุง ซึ่งหากอาเจ๊กแก้ตั้งราคา 10 บาท 15 บาท ก็คงคิดไม่ลำบากเท่าไหร่ แต่อาเจ็กแกตั้งราคาเต้าฮวย 14 บาท น้ำเต้าหู้ใส่เครื่อง 9 บาท และน้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่อง 7 บาท ปัญหาในการคิดเงินก็เกิดขึ้น เวลาซื้อหลาย ๆ ถุง ก็ต้องช่วยแกคิด จนมาวันหนึ่งภรรยาผู้เขียนเดินมาปรึกษาว่าจะช่วยอาเจ็กในเรื่องคิดเงินอย่างไรดี เพราะเคยบอกให้แกปรับราคาเป็น 10 บาท 15 บาท อาเจ็กแกก็ไม่ยอม บอกว่าเดี๋ยวเสียขาประจำหมด ก็เลยมาเดือดร้อนถึง “นายเรียนรู้” ต้องสวมวิญญาณ “คุณครูพี่บุญเลิศ” ว่าจะทำอย่างไรดี […]

“ทักษะการคิด เพื่อแก้ปัญหา”

“ทักษะการคิด เพื่อแก้ปัญหา” “ครู ครู โจทย์เลขข้อนี้ทำอย่างไงค่ะ ?” เสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งร้องเรียกขึ้น เด็กผู้หญิงคนนี้ เธอเป็นลูกสาวของเจ้าของอู่ซ่อมรถข้างร้านกาแฟของผู้เขียน มักจะแวะเวียนเข้ามานั่งที่ร้าน และคอยช่วยเหลืองานเล็ก ๆ น้อยตามที่เธอจะช่วยได้ เช่น เสิร์ฟน้ำ เก็บแก้ว เช็ดโต๊ะ ปัจจุบันเธอเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง “อ้าว ลองอ่านโจทย์ให้ฟังหน่อยซิ ว่าเขียนไว้อย่างไร” ผู้เขียนกล่าวตอบไป “รถยนต์คันหนึ่งราคา 390,000 บาท เสียภาษีนำเข้า 400,000 บาท ถามว่าต้นทุนรถยนต์คันนี้ราคากี่บาท ?” เด็กน้อยอ่านโจทย์ให้ฟัง “แล้วหนูคิดยังไง ?” ผู้เขียนถามต่อ “ก็คิดอย่างนี้ก็เอา 390,000 ลบด้วย 400,000 ก็เท่ากับติดลบหนึ่งหมื่นบาท” หนูน้อยตอบ ผมเริ่มเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเพื่อมาอ่านโจทย์ข้อนั้นอีกครั้ง เริ่มพบแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เธอเข้าใจผิด แต่ก่อนจะเริ่มอธิบายต่อไปก็เริ่มถามเธอต่อว่า “แล้วในห้องคุณครู สอนอะไรบ้าง ?” ผู้เขียนซักถามรายละเอียด “คุณครูส่วนใหญ่ก็สอน วิธีการบวก และลบเลขจำนวน 5 หลัก 6 […]

เติมเต็ม

สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสเจอกับคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่สองคน คือ “ครูบริ๊งค์” – อติเวทย์ ตั้งอมรสุขสันต์ และ “น้องนิดหน่อย” – สิริรัตน์ รองเดช ที่มีความมุ่งมั่นอยากเปลี่ยนแปลงในเรื่องความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาของประเทศไทย โดยคิดโครงการชื่อว่า “เติมเต็ม” น้องสองคนเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า จากการสำรวจรายได้ของคนไทย พบว่าคนที่มีฐานะดีในประเทศนั้นมีน้อยกว่าคนฐานะไม่ค่อยดี ส่วนหนึ่งที่เกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้นั้น เกิดจากโอกาสทางการศึกษาที่แตกต่างกัน คนที่มีฐานะที่ดีกว่า สามารถมีเงินไปลงเรียนกวดวิชา ทำให้ได้ความรู้ที่ดีกว่า สามารถทำคะแนนสอบได้ดี ทำให้มีโอกาสศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย และคณะที่มีชื่อเสียงที่ใฝ่ฝัน มากกว่าคนที่มีฐานะไม่ค่อยดี ดังนั้นน้องทั้งสองคนจึงมองว่าประเด็นปัญหาการไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ และไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นผู้ที่มีฐานะไม่ค่อยดี จะถูกตัดโอกาสจากคณะที่ตนเองใฝ่ฝัน เพียงเพราะความรู้ที่ด้อยกว่าเนื่องจากการขาดโอกาสในการเรียนพิเศษตามสถาบันกวดวิชา และนี่จึงเป็นเหตุผลให้น้องทั้งสองคนได้คิดริเริ่มที่จะหยิบยื่นโอกาสความรู้ในกับคนเหล่านี้ ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “เติมเต็ม” โดยมองว่าถ้าเราสร้างโอกาสให้คนที่ฐานะไม่ค่อยดี ให้มีการศึกษาที่ดี ได้รับการชี้แนะ แนะแนวจากผู้ประกอบอาชีพที่น้อง ๆ ใฝ่ฝัน พวกเขาเหล่านี้จะมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน และจะกลายเป็นกำลังหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศในอนาคต ให้มีความสามารถในการแข่งขันทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว โครงการจึงกำหนดกลุ่มเป้าหมาย คือ น้อง ๆ ที่ขาดโอกาสดี ๆ ในการไปเรียนพิเศษตามสถาบันกวดวิชา ทำให้น้อง ๆ กลุ่มนี้อาจจะเสียเปรียบเรื่องความรู้ที่จะใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย และ “เติมเต็ม” ทั้งความรู้ […]