
ในกระแสที่ทุนนิยมเข้าครอบงำ ทุนใหญ่ต่างๆ เข้าไปเป็นผู้เล่นในธุรกิจต่างๆ ทำให้ร้านค้าขนาดเล็กต่างๆ ต้องดิ้นรนในการแข่งขันเพื่อความอยู่รอด ในหลายประเทศจึงเกิดกระแสเรียกร้องให้สนับสนุนร้านค้าในท้องถิ่น ภายใต้แคมเปญที่ว่า
“Support Your Local Business”
คำถามที่ย้อนถามกลับมาในมุมมองของผู้บริโภค คือ ทำไมฉันถึงควรสนับสนุนร้านค้าในท้องถิ่นในชุมชนต่างๆ เหล่านี้ ในเมื่อฉันสามารถเลือกซื้อจากร้านเชนสโตร์ขนาดใหญ่ ในราคาที่ถูกกว่า?
สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็กต่างๆ ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อน ก็คือ อะไรคือคุณค่าที่คุณยึดถือ อะไรคือคุณค่าที่ส่งมอบให้กับลูกค้าและสังคม เมื่อร้านค้าขนาดเล็กต่างๆ ต้องการการ Support จากลูกค้า แล้วอะไรคือสิ่งที่ร้านค้าสามารถส่งมอบคุณค่าคืนให้แก่ลูกค้าและสังคม
มีงานศึกษาวิจัยในเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปที่น่าสนใจอยู่ประเด็นหนึ่ง แนวคิดสำคัญที่ Miller ได้นำเสนอไว้ (อ้างอิง : Miller, L. J. (2006). Reluctant capitalists: Bookselling and the culture of consumption. University of Chicago Press.) คือ การเชื่อมโยงระหว่างบทบาทผู้บริโภคกับพลเมือง เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า “พลเมือง-ผู้บริโภค” (citizen-consumer) ซึ่งตรงข้ามกับแนวคิดผู้บริโภคที่มีอธิปไตยที่เน้นความพึงพอใจส่วนบุคคล พลเมือง-ผู้บริโภค คือ บุคคลที่ตัดสินใจซื้อโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและมองการบริโภคว่าเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมือง ท้าทายวัฒนธรรมการบริโภคร่วมสมัยที่มองการบริโภคเป็นกิจกรรมส่วนตัวที่แยกจากพื้นที่สาธารณะ
ซึ่งสิ่งที่มายืนยันในเรื่อง “พลเมือง-ผู้บริโภค” (citizen-consumer) ที่บุคคลตัดสินใจซื้อโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและมองการบริโภคว่าเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมือง ได้เป็นอย่างดี ก็คือ ร้านค้าที่ผมเองเป็นหุ้นส่วนบริหารอยู่ในปัจจุบัน House of Commons-BookCafe&Space ที่ช่วงหลังมีกลุ่มลูกค้ามาอุดหนุนเพิ่มมากขึ้น เดิมคิดว่าเป็นผลจากโครงการคนละครึ่งพลัส แต่ปรากฏว่าแม้จะพ้นช่วงเดือนแรกที่คนทั่วไปเริ่มใช้งานเงินที่ได้มาในโครงการคละครึ่งพลัสหมดไปแล้วก็ตาม แต่ยอดขายกลับไม่ได้ลดลงไปในระดับเดิมก่อนมีโครงการ ยอดขายโดยเฉลี่ยต่อวันขยับเพิ่มเป็น 1.4-1.5 เท่าของยอดขายเฉลี่ยก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในบทบาทของร้าน House of Commons – BookCafe&Space ที่แสดงจุดยืนในการสนับสนุนประชาธิปไตย เสรีภาพทางความคิดเห็น สิทธิมนุษยชน ความหลากหลายทางเพศ ในช่วงที่ผ่านมา มีลูกค้าที่พร้อมยินดีสนับสนุน โดยการมาอุดหนุนซื้อเครื่องดื่ม หนังสือ และมาใช้สถานที่ และหลายเสียงที่ได้ยินมา ก็คือ “พร้อมร่วมสนับสนุนร้านของพวกเรา” – โดยที่มองว่าการมาอุดหนุนเป็นการแสดงจุดยืนในประเด็นต่างๆ
คำว่า “ร้านของพวกเรา” ทำให้นึกถึงคำว่า “กากี่นั้ง” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว ที่แปลว่า คนกันเอง, พวกเดียวกัน, คนคุ้นเคย
ใช่ครับสุดท้ายแล้ว เมื่อเราต้องเลือกซื้อสินค้าและบริการใด เราย่อมอยากที่จะเลือกซื้อกับพวกเดียวกันเอง
กลับไปที่วลี “Support Your Local Business” ในเมื่อร้านค้าขนาดเล็กต่างๆ ต้องการการ Support จากลูกค้า แล้วอะไรคือสิ่งที่ร้านค้าสามารถส่งมอบคุณค่าคืนให้แก่ลูกค้าและสังคม
สิ่งหนึ่งที่สามารถส่งมอบให้กับสังคม คือ ร้านค้าขนาดเล็กต่างๆ สามารถแสดงจุดยืนเกี่ยวการทำประชามติ
ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เป็นวันที่กำหนดอนาคตของประเทศไทยอย่างแท้จริง
โดยคำถามประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ. ถามว่า
“ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
ทุกคนมีสิทธิ์ตัดสินใจได้ด้วยตนเองว่าจะ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ซึ่งก็จะส่งผลต่อชีวิตของตัวเราเอง และลูกหลานเราต่อไปในอนาคต
หากเสียง “ไม่เห็นชอบ” มากกว่าเราก็คงต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ต่อไป ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่
– ได้ตัดสิทธิ และเสรีภาพในหลายประเด็นที่เคยมีมาในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ออกไป เช่น
1. สิทธิแรงงานที่จะได้รับค่าแรงอย่างเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ กลับถูกเขียนให้เป็นแค่ “เหมาะสมแก่การดำรงชีพ”
2. สิทธิแสดงความคิดเห็น และได้รับข้อมูลก่อนการดำเนินโครงการที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่เคยมีในฉบับก่อนๆ ก็ถูกตัดออกไป
3. สิทธิในการเข้าชื่อขอให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรี และสส. ที่เคยมีในฉบับก่อนๆ ก็ถูกตัดออกไป
– ได้ออกแบบกลไกในการได้มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน แต่มาจากระบบเลือกกันเองของผู้สมัครนั้น ทำให้เกิดความสงสัยในเรื่องการฮั้วกัน ซึ่งเป็นที่มาของกลุ่มที่เรียกว่า สว.สีน้ำเงินในปัจจุบัน
– และยังได้ออกแบบมาให้สว. มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้มาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, กกต., ปปช., อัยการสูงสุด, ผู้ตรวจการเงินแผ่นดิน จึงมีคำถามที่ว่าเมื่อสมาชิกวุฒิสภา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสว.สีน้ำเงิน องค์กรอิสระเหล่านี้ ยังคงมีความอิสระจริงหรือเปล่า
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เราอาจหวังพึ่งใครไม่ได้นอกจากต้องชวนให้ทุกคนลงมือทำด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้เสียง “เห็นชอบ” กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างถล่มทลาย เพื่อประกาศเจตนารมณ์ของประชาชนในประเทศนี้อย่าง “ชัดแจ้ง” ว่า ประชาชนต้องการมีส่วนร่วมในการออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดอนาคตของประเทศด้วยตัวเอง
สิ่งที่ร้านค้าขนาดเล็กต่างๆ สามารถมีส่วนร่วมในการเปิดประตูบานแรกสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างอย่างแท้จริง ก็คือ ร่วมมาเป็นจุดรณรงค์ #ประชามติ #รัฐธรรมนูญใหม่ #8กุมภากาเห็นชอบ
ซึ่งในตอนนี้มีแล้ว 219 จุด ตั้งเป้าหาสถานที่รณรงค์ทั้งประเทศให้ได้ 10,000 แห่งไปเลยยยยย!!
ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มากกว่าเพียงเดินไปเข้าคูหาเพื่อออกเสียง #เห็นชอบ ของตัวเอง 1 เสียง แต่สามารถช่วยกันชักชวนคนอื่นๆ มาออกเสียงของตัวเองเพิ่มให้มากขึ้นๆ และสามารถช่วยกันเป็น “จุดรณรงค์” ส่งข้อความถึงคนอื่นๆ ได้ด้วย
หากใครมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ คลินิก ฟิตเนส โรงเรียน โรงแรม อาคารที่พัก ฯลฯ ที่สามารถติดป้ายได้ ที่คนทั่วไปเดินผ่านไปมามองเห็นได้ ช่วยกันนำป้าย โปสเตอร์ ข้อความรณรงค์ ไปติดให้คนมองเห็นได้เพื่อร่วมรณรงค์ในการทำประชามติครั้งนี้
โดยสามารถสมัครเข้ามาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนี้ และเป็น 1 ใน 10,000 จุดรณรงค์ได้แล้ววันนี้ ทางเว็บไซต์ Conforall.com
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตประเทศไทยไปด้วยกัน
#8กุมภากาเห็นชอบ
บุญเลิศ คณาธนสาร (เลิศ)
Community Space Coordinator
Daybreaker Network
boonlert@daybreaker.network