เรียนรู้ Reading Skill กับครูบริ๊งค์ ครั้งที่ 1

เป้าหมายหนึ่งในปี 2560 ก็คือ การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ (Reading Skills) ก็เลยให้ครูบริ๊งค์มาช่วยติวเข้มให้แบบ Private Class สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ – หัวใจสำคัญในการเริ่มต้นฝึก Reading Skills ที่ดี Favourite Book เลือกหนังสือที่ชอบ Background Knowledge มีความรู้พื้นฐานในเรื่องนั้น ๆ Vocabulary มีคลังศัพท์พอประมาณ – พยายามเปิด Dictionary ให้น้อยที่สุด – ใช้เทคนิคการเดาศัพท์จากบริบทรอบข้าง เช่น This phone is so versatile. It can use as camera, voice recorder and listen to music. ถึงแม้เราไม่รู้ความหมายของคำว่า versatile มาก่อน ก็คงพอเดาความหมายได้ เช่นกันศัพท์คำว่า Dialects หากเราไม่รู้ศัพท์คำนี้มาก่อน เราก็ต้องเดาจากบริบท […]

รากที่สอง คือ ?

รากที่สอง พอเอ่ยถึงคำ ๆ นี้ คงเป็นที่ขยาดของใครต่อใครหลาย ๆ คน แต่แท้ที่จริงรากที่สอง ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากเลย หากเราเข้าใจที่มาของมัน “รากที่สอง” มาจากคำว่า “Square root” ในภาษาอังกฤษ “Square” หมายถึง สี่เหลี่ยมจัตุรัส “Root” หมายถึง ราก ต้นตอ ดังนั้นจึงน่าจะเกี่ยวข้องกับ ต้นตอของสี่เหลี่ยมจัตุรัส ง่าย ๆ ให้คุณลองวาดสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 1×1 2×2 3×3 4×4 5×5 6×6 7×7 8×8 9×9 … แล้วลองสังเกตหาความสัมพันธ์ระหว่าง พื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัส กับ ความยาวของด้านสี่เหลี่ยมจัตุรัส ดูครับ แล้วคุณจะพบความหมายที่แท้จริงของคำว่า “รากที่สอง”   “นายเรียนรู้” อาจารย์บุญเลิศ คณาธนสาร วิทยากร และที่ปรึกษา A@LERT Learning and Consultant […]

คณิตศาสตร์ข้างถนน

คณิตศาสตร์ข้างถนน ผู้เขียนชื่นชอบการกินเต้าฮวยมาก ๆ ส่วนภรรยาก็ชื่นชอบการกินน้ำเต้าหู้อย่างมากเช่นกัน และแถวบ้านก็มีร้านขายเต้าฮวย-น้ำเต้าหู้อยู่เจ้าหนึ่ง อยู่ในซอยเพชรเกษม 54 เข้าซอยไปประมาณ 30 เมตร อยู่ด้านซ้ายมือ ขอบอกว่าอร่อย…อร่อย…มาก ๆ เนื้อเต้าฮวยเนียนมาก ๆ และน้ำขิงก็เผ็ดได้ใจกำลังดี ซดเข้าปากแล้วสดชื่นทันตา ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ผู้เขียนกับภรรยาเวลาซื้อก็มักจะซื้อไปฝากเพื่อนบ้านด้วย ก็ซื้อกันประมาณอย่างละ 3-4 ถุง ซึ่งหากอาเจ๊กแก้ตั้งราคา 10 บาท 15 บาท ก็คงคิดไม่ลำบากเท่าไหร่ แต่อาเจ็กแกตั้งราคาเต้าฮวย 14 บาท น้ำเต้าหู้ใส่เครื่อง 9 บาท และน้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่อง 7 บาท ปัญหาในการคิดเงินก็เกิดขึ้น เวลาซื้อหลาย ๆ ถุง ก็ต้องช่วยแกคิด จนมาวันหนึ่งภรรยาผู้เขียนเดินมาปรึกษาว่าจะช่วยอาเจ็กในเรื่องคิดเงินอย่างไรดี เพราะเคยบอกให้แกปรับราคาเป็น 10 บาท 15 บาท อาเจ็กแกก็ไม่ยอม บอกว่าเดี๋ยวเสียขาประจำหมด ก็เลยมาเดือดร้อนถึง “นายเรียนรู้” ต้องสวมวิญญาณ “คุณครูพี่บุญเลิศ” ว่าจะทำอย่างไรดี […]

เติมเต็ม

สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสเจอกับคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่สองคน คือ “ครูบริ๊งค์” – อติเวทย์ ตั้งอมรสุขสันต์ และ “น้องนิดหน่อย” – สิริรัตน์ รองเดช ที่มีความมุ่งมั่นอยากเปลี่ยนแปลงในเรื่องความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาของประเทศไทย โดยคิดโครงการชื่อว่า “เติมเต็ม” น้องสองคนเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า จากการสำรวจรายได้ของคนไทย พบว่าคนที่มีฐานะดีในประเทศนั้นมีน้อยกว่าคนฐานะไม่ค่อยดี ส่วนหนึ่งที่เกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้นั้น เกิดจากโอกาสทางการศึกษาที่แตกต่างกัน คนที่มีฐานะที่ดีกว่า สามารถมีเงินไปลงเรียนกวดวิชา ทำให้ได้ความรู้ที่ดีกว่า สามารถทำคะแนนสอบได้ดี ทำให้มีโอกาสศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย และคณะที่มีชื่อเสียงที่ใฝ่ฝัน มากกว่าคนที่มีฐานะไม่ค่อยดี ดังนั้นน้องทั้งสองคนจึงมองว่าประเด็นปัญหาการไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ และไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นผู้ที่มีฐานะไม่ค่อยดี จะถูกตัดโอกาสจากคณะที่ตนเองใฝ่ฝัน เพียงเพราะความรู้ที่ด้อยกว่าเนื่องจากการขาดโอกาสในการเรียนพิเศษตามสถาบันกวดวิชา และนี่จึงเป็นเหตุผลให้น้องทั้งสองคนได้คิดริเริ่มที่จะหยิบยื่นโอกาสความรู้ในกับคนเหล่านี้ ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “เติมเต็ม” โดยมองว่าถ้าเราสร้างโอกาสให้คนที่ฐานะไม่ค่อยดี ให้มีการศึกษาที่ดี ได้รับการชี้แนะ แนะแนวจากผู้ประกอบอาชีพที่น้อง ๆ ใฝ่ฝัน พวกเขาเหล่านี้จะมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน และจะกลายเป็นกำลังหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศในอนาคต ให้มีความสามารถในการแข่งขันทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว โครงการจึงกำหนดกลุ่มเป้าหมาย คือ น้อง ๆ ที่ขาดโอกาสดี ๆ ในการไปเรียนพิเศษตามสถาบันกวดวิชา ทำให้น้อง ๆ กลุ่มนี้อาจจะเสียเปรียบเรื่องความรู้ที่จะใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย และ “เติมเต็ม” ทั้งความรู้ […]

รอให้คนอื่นเริ่มก็สายเสียแล้ว

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสได้พบกับกัลยาณมิตรที่ดีที่มีความตั้งใจที่ดีในการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย ท่านแรก คือ ดร.ไสว บุญมา อดีตเศรษฐกรอาวุโสของ World Bank ผู้ก่อตั้งมูลนิธินักอ่านบ้านนา และคุณสุภกร บัวสาย กรรมการ และเลขานุก่าร ในคณะกรรมการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ในเวที “ล้อมวงคุย กับ ดร.ไสว บุญมา” ที่จัดขึ้นที่ร้าน House of Commons – Cafe&Space ถ.เจริญนคร ซึ่งเป็นร้านกาแฟ ที่มีหนังสือดี ๆ และกิจกรรมดี ๆ จัดขึ้นอยู่เป็นประจำ ตั้งอยู่หน้าทางเข้ามูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป (สวนเงินมีมา) หากท่านสนใจว่าที่ร้านนี้จัดกิจกรรมอะไรบ้าง สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ http://www.facebook.com/HOCSpace ประเด็นที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ก็คือ ประเด็นในเรื่องคุณภาพของการศึกษาไทย ที่ส่งผลต่อคุณภาพของเด็กไทย และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอนาคต สาเหตุส่วนหนึ่งก็เนื่องจากขาดความชัดเจนในเรื่องของนโยบายระดับชาติว่าเราจะพัฒนาประเทศไทยไปในทิศทางใด เราจะต้องเตรียมพัฒนาการศึกษาให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของประเทศได้อย่างไร เมื่อขาดทิศทางที่ชัดเจนก็ทำให้การพัฒนาระบบการศึกษาไทยที่มีอยู่ ถูกพัฒนาไปตามศักยภาพที่มีอยู่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้โรงเรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนในสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือยิ่งไปเทียบกับโรงเรียนเอกชน ก็ยิ่งเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนมากขึ้น […]

ครูที่ดีจุดประกายความใฝ่รู้

(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ ​08/06/2557) “ครูที่ดี จุดประกาย ความใฝ่รู้ ให้เด็กสู้ สร้างสรรค์สิ่งปราถนา ครูไม่ดี ยึดอัตตา ตนเป็นใหญ่ กดเด็กไว้ ด้วยความรู้ ในกะลา” บทกลอนข้างต้นเป็นบทกลอนที่ผู้เขียนแต่งขึ้นเองจากประสบการณ์ที่ได้ไปเป็นคุณครูที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ต้องยอมรับกันว่า ความสำคัญของอาชีพครูที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาประเทศ แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแลให้ความสำคัญจากรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด อาชีพครูนับว่าได้เงินเดือนน้อยมาก เมื่อเทียบกับอาชีพอื่น ๆ ในสังคม ทั้ง ๆ ที่ในต่างประเทศนั้นหลายประเทศให้ค่าจ้างบุคลากรทางด้านการศึกษาสูงมาก ทำให้หลายคนที่มีความฝันใฝ่อยากเป็นคุณครู อย่างเช่น ผู้เขียน “คุณครูพี่บุญเลิศ” คนนี้ ก็ต้องหันไปทำอาชีพวิศวกร เพื่อหาเลี้ยงตนเองแทน ผู้เขียนเองนับว่าโชคดีมาก ที่คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ได้ให้โอกาสในการได้มาเรียนรู้ทักษะการเป็น Facilitator ในการทำหน้าที่ครูพันธุ์ใหม่ ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ในช่วงปี 2546-2547 ทำให้ความใฝ่ฝันในวันเยาว์ของผู้เขียน ที่อยากเป็นคุณครูโคบายาชิ ให้กับหนูน้อยโต๊ะโตะจัง เป็นจริงขึ้นมา การที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะ Facilitator ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย […]

เรียนเป็นเล่น เล่นเป็นเรียน

(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ ​26/01/2557) “เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น” คำพร่ำสอนของผู้ใหญ่ที่เน้นย้ำต่อเด็ก ๆ ในเรื่องระเบียบวินัย ความตั้งใจสนใจเรียนอย่างจริงจัง จนทำให้เรื่องเรียนกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ พอถึงเวลาเล่นเด็กส่วนใหญ่ก็นิยมเล่นเกมผ่านมือถือ แท็บเล็ต หรือไม่ก็ไปตามร้านเกมต่าง ๆ แถวบ้านซึ่งเปิดบริการ 24 ชั่วโมง จนกลายเป็นแหล่งมั่วสุมสำหรับเด็ก เริ่มต้นจากเล่นเกม ไปจนถึงหัดสูบบุหรี่ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ต่าง ๆ นานา คำถามก็คือ จะทำอย่างไร? หรือมีทางเลือกอื่นอีกไหมที่จะทำให้เด็กได้เล่น และได้เรียนรู้ ไปในเวลาพร้อม ๆ กัน ตาม Concept การเรียนรู้แบบเพลิน ๆ คือ Play + Learn = Plearn ย้อนกลับไปในสมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็กนั้น ก็จะมีพวกเกมเศรษฐี เกมโดมิโน เกม Scrabble ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะในการคิดคำนวณ และทักษะภาษาอังกฤษ ส่วนวิดีโอเกมส์เพิ่งเริ่มเป็นที่นิยม แต่ที่ผู้เขียนนิยมเล่นมากที่สุด ก็คือ หมากรุกจีน […]

Reading Community

(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ ​12/01/2557) ในปี 2556  กรุงเทพมหานคร ได้รับมอบตำแหน่งเมืองหนังสือโลกประจำปี 2556 (World Book Capital 2013) เป็นลำดับที่ 13 ต่อจากกรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย และได้มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ก็ช่วยทำให้มีความตื่นตัวในการอ่านมากขึ้น รวมทั้งงานมหกรรมสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่มีจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง แต่ก็ยังปรากฎว่า เมื่อนำตัวเลขการอ่านหนังสือของคนไทยมาวางเทียบกับสมาชิกอาเซียนพบว่า “การอ่านของคนไทยอยู่ในระดับวิกฤต ขณะที่คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 2-5 เล่ม แต่สิงคโปร์เฉลี่ยคนละ 50-60 เล่มต่อปี แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือ เวียดนามมีอัตราการอ่านเฉลี่ย 60 เล่มต่อปี ขณะที่ฝั่งไทยยังไม่แตะถึงเลขสองหลักด้วยซ้ำไป” ในตลาดร้านหนังสือในบ้านเราก็จะอยู่ในมือร้านหนังสือ Chain Store รายใหญ่เพียง 2-3 ราย ทำให้ช่องทางการจัดจำหน่ายของสำนักพิมพ์ขนาดเล็กถูกบีบด้วยค่าใช้จ่ายในการจัดการจากร้านหนังสือ Chain Store รายใหญ่ โอกาสที่หนังสือจากสำนักพิมพ์ขนาดเล็กจะไปวางอยู่บนชั้นวางหนังสือในร้านหนังสือ Chain Store […]

ปลุกสัญชาตญาณการเรียนรู้

(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ ​05/01/2557) ในช่วงที่ผู้เขียนได้มีโอกาสทำงานในธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ เครือซิเมนต์ไทย SCG-Paper ระหว่างปี 2540-2549 ผู้เขียนได้มีโอกาสทำงานในหลากหลายตำแหน่ง หนึ่งในนั้น คือ ตำแหน่ง Learning Facilitator ในช่วงนั้นผู้เขียนเรียนรู้ในการเป็น Learning Facilitator จากการไปเรียนรู้กระบวนการเรียนรู้ในแนวทาง Constructionism ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ที่คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา นำมาใช้ที่โรงเรียนนี้เป็นแห่งแรก หลังจากการเรียนรู้กับเด็ก ๆ เป็นเวลา 1 ปี ก็กลับมาทำโครงการ C-PULP เพื่อพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ให้กับพนักงานระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ให้ผู้เรียนมีทักษะการคิด และทักษะการแก้ปัญหา จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนเองได้คลุกคลีสัมผัสกับผู้เรียนทั้ง 2 วัย คือ ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ผู้เรียนอายุจะอยู่ระหว่าง 6-12 ปี ส่วนโครงการ C-PULP นั้น ผู้เรียนอายุตั้งแต่ 30-42 ปี เลยทำให้ค้นพบว่า เด็กกับผู้ใหญ่ […]

Freedom to Learn

(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ ​29/12/2556) เมื่อวันก่อนระหว่างที่ผู้เขียนกำลังโดยสารรถไฟฟ้า BTS กลับบ้านนั้น ก็ได้เจอกับครอบครัวหนึ่งบนขบวนรถ สามีเป็นชาวต่างชาติ ภรรยาเป็นคนไทย มีลูกน้อยวัยกำลังซน 1 คน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ปรากฎให้เห็นดังภาพ คือ เจ้าหนูน้อยขึ้นไปปีนป่ายอยู่บนเสาราวจับของรถไฟฟ้า โดยมีคุณพ่อใช้มือประคองอยู่ห่าง ๆ กันไว้ เผื่อกรณีเจ้าหนูน้อยพลัดตกลงมา ผู้เขียนเฝ้าสังเกตการเล่นปีนป่ายขึ้นลง เมื่อค่อย ๆ ไถลตัวลงมาจนถึงพื้นข้างล่าง ก็จะร้องเรียกคุณพ่อให้อุ้มขึ้นไปข้างบนใหม่ เล่นอย่างนี้อยู่หลายรอบ จนรถไฟฟ้าถึง BTS สถานีสยาม ระหว่างการเล่นนั้นสีหน้า และแววตาของเจ้าหนูน้อยเป็นไปด้วยสนุกสนาน ความคิดแว๊บแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวผู้เขียน ก็คือ วัฒนธรรมการเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก กับ วัฒนธรรมการเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันออกนั้น ค่อนข้างแตกต่างกัน เพราะหากเป็นลูกของเราเอง คงต้องห้ามไม่ให้ไปเล่นอะไรโลดโผนแบบนั้น เพราะกลัวพลัดตกลงมา เพราะเกรงว่าไม่ค่อยเหมาะสมแข้งขาจะไปโดนคนอื่น เพราะว่าหนูเป็นเด็กผู้หญิงไม่สมควรเล่นอย่างนี้ สารพัดเหตุผลต่าง ๆ นานา คำถามที่ผุดขึ้นในหัวที่ตามมา ก็คือ แล้วอย่างไรจึงจะเรียกว่าเหมาะสมพอดี การไปตีกรอบห้ามทำอะไรเลย ก็จะทำให้เด็กไม่ได้รับประสบการณ์ ไม่ได้เรียนรู้อะไร แต่หากปล่อยอิสระเกินไป […]